108homedd.com

บทความ

เจาะทำเลป้ายแดงคอนโดฯแนวรถไฟฟ้าราคาล้านต้น

22-01-2559 09:39:56น.

บทความประชาสัมพันธ์พิเศษ: หลังจากที่โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว แบริ่ง-สมุทรปราการมีความคืบหน้าในการก่อสร้างค่อนข้างมาก เป็นผลให้ปัจจุบันมีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะโซนใกล้ 3 สถานีแรก เช่น สถานีสำโรง สถานีปู่เจ้าสมิงพราย สถานีเอราวัณ ซึ่งแน่นอนว่าปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ราคาที่ดินบริเวณใกล้กับทั้ง 3 สถานีนี้ปรับสูงขึ้นมาก และราคาคอนโดมิเนียมใกล้ทั้ง 3 สถานีนี้ก็สูงด้วยเช่นกัน ราคาเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

ขณะที่หากขยับไปยังสถานีที่ไกลออกไป แม้ก่อนหน้านี้หลายคนจะมองว่าตลาดบ้านแนวราบย่านนี้จะเป็นทางเลือกของคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยโซนนี้ แต่อย่างที่กล่าวแล้วว่า เพราะราคาที่ดินที่ขยับขึ้นไปสูงมาก ทำให้โครงการบ้านแนวราบล็อตใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นย่านนี้ก็ขยับสูงขึ้นไปแตะ 4-5 ล้านบาท ซึ่งอาจะสูงเกินกว่าคนเพิ่งเริ่มทำงานจะเอื้อมถึง อีกทั้ง ที่ตั้งของโครงการแนวราบย่านนี้จะต้องเข้าซอยไปค่อนข้างลึก อาจไม่สะดวกสำหรับคนไม่มีรถ

จากหลายปัจจัยที่กล่าวมาจึงมีแนวโน้มว่า ทำเลใกล้สถานีที่ขยับออกไป จะเริ่มเกิดตลาดคอนโดมิเนียมราคาล้านต้นๆ มากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มคนเริ่มทำงานและอยากได้ที่อยู่อาศัยในราคาไม่สูงมาก แต่เดินทางเข้าไปทำงานในเมืองสะดวกหรืออยู่ใกล้แหล่งงานย่านนี้ รวมถึงกลุ่มคนที่สนใจจะซื้อเพื่อการลงทุนปล่อยเช่าในอนาคตด้วย เพราะบริเวณนี้นอกจากจะใกล้รถไฟฟ้าในอนาคตแล้ว ยังใกล้แหล่งงานขนาดใหญ่อย่างนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานย่อยต่างๆ ด้วย โดยนิคมอุตสาหรรมย่านนี้เป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายราย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งโรงงานย่อยที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ที่ทำให้เศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านของไทยขยายตัว ยิ่งส่งผลเชิงบวกกับภาคการผลิตของโรงงานต่างๆ ที่อยู่นิคมอุตสาหกรรมนี้ด้วย

สำหรับสถานีที่ขยับออกไปจากช่วงต้นๆ อย่างสถานีแพรกษา ในอดีตเป็นทำเลของทาวน์เฮาส์ล้านต้นๆ แต่การที่รถไฟฟ้าแบริ่ง-สมุทรปราการคืบหน้ามากเป็นผลให้ราคาที่ดินสูงขึ้นจนยากจะทำทาวน์เฮาส์ล้านต้นๆ ได้ หรือหากมีโครงการใหม่ๆ ก็ค่อนข้างไกลออกไป พื้นที่ใกล้สถานีแพรกษา จึงมีโอกาสเกิดตลาดคอนโดมิเนียมล้านต้นๆ เข้ามาแทนที่ทาวน์เฮาส์

ทำเลย่านแพรกษา ยังมีโอกาสในการเติบโตสูง เพราะยังมีพื้นที่ว่างรองรับการเจริญเติบโต ทั้งที่พักอาศัยและนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งอย่างที่กล่าวแล้วว่าพื้นที่บริเวณนี้ เป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ ซึ่งนอกจากปัจจัยบวกด้านนี้แล้ว ทำเลย่านนี้ยังใกล้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น สถานตากอากาศบางปู มีสนามกอล์ฟใกล้นิคมอุตสาหกรรม อีกทั้ง อยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ต่างชาติที่ทำงานย่านนี้มีความสะดวกในการอยู่อาศัย ซึ่งหลากหลายปัจจัยที่กล่าวมา ล้วนส่งเสริมให้ทำเลแพรกษา เป็นหนึ่งในทางเลือกในการอยู่อาศัยที่น่าสนใจ

นอกจากนี้ การที่มีกระแสข่าวว่ากรุงเทพมหานครอาจจะเปิดให้บริการ 2 สถานีแรกของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายนี้ คือ สถานีสำโรงและสถานีปู่เจ้าสมิงพรายก่อนในปี 2559 ยิ่งจะทำให้ราคาคอนโดมิเนียมใกล้สถานีต้นๆ ของรถไฟฟ้าสายนี้ราคาขยับสูงขึ้นกว่าปัจจุบันมาก ส่งผลให้คอนโดมิเนียมใกล้สถานีที่ขยับออกไปเป็นทางเลือกให้กับกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือกลุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างครอบครัว

Samrong station

สถานีสำโรง mrta-greenline.net

 

Puchao Saming Phrai station

สถานีปู่เจ้าสมิงพราย ภาพ via mrta-greenline.net

ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว แบริ่ง-สมุทรปราการ มีระยะทางรวม 25 กิโลเมตร ประกอบด้วย 9 สถานี ได้แก่ สถานีสำโรง สถานีปู่เจ้าสมิงพราย สถานีเอราวัณ สถานีโรงเรียนนายเรือ สถานีสมุทรปราการ สถานีศรีนครินทร์ สถานีแพรกษา สถานีสายลวด และสถานีเคหะสมุทรปราการ ปัจจุบันมีความคืบหน้าด้านงานก่อสร้างมาก และมีเป้าหมายที่จะเปิดให้บริการครบทุกสถานีภายในปี 2561 โดยจุดเด่นสำคัญของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเส้นทางนี้ คือเป็นเส้นทางที่ต่อขยายมาจากรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทในปัจจุบัน วิ่งตรงเข้าเมืองสู่ทองหล่อ เอกมัย สยาม สีลม หรือไปทางฝั่งพหลโยธินได้เลย

Phrompong BTS station

 

ปัจจุบันโครงการคอนโดมิเนียมช่วงสถานีต้นๆ ของเส้นทางนี้ มีราคาขายที่ค่อนข้างสูงแล้ว ดังนั้น โครงการ Notting Hill สุขุมวิท-แพรกษา คอนโดมิเนียมน้องใหม่ของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมสไตล์ Modern Boutique ความสูง 35 ชั้น บนถนนแพรกษา ชูไฮไลท์การเดินทางสะดวก พร้อม Serviced Condo ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีแพรกษาราว 650 เมตร พร้อมวิวทั้งทะเลและแม่น้ำ ในราคาเริ่มต้น 1.09 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในโครงการคอนโดมิเนียมทางเลือกใหม่ให้กับคนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยที่เดินทางสะดวก ในราคาที่จับต้องได้

ที่ผ่านมากลุ่มออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มีจุดแข็งในด้านการเลือกทำเลที่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ รายอื่น เพราะกลุ่มออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้จะเน้นกลยุทธ์ Blue Ocean Strategy ด้วยการเลือกทำเลใหม่ๆ ที่ยังมีคู่แข่งที่เป็นโครงการคอนโดมิเนียมในลักษณะเดียวกันน้อย เป็นตลาดที่มีคู่แข่งน้อย แต่มีศักยภาพมากด้วยการมีองค์ประกอบการในการอยู่อาศัยครบทั้งแหล่งงาน แหล่งช้อปปิ้ง และแหล่งท่องเที่ยว

ขณะที่ราคาขายไม่สูงมากนัก ยิ่งเปรียบเทียบกับคู่แข่งในย่านเดียวกัน เพราะกลุ่มออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้มีอีกหนึ่งจุดแข็ง นั่นคือ การได้มาซึ่งที่ดินในต้นทุนที่ไม่สูงมาก ทำให้พัฒนาคอนโดมิเนียมในราคาที่กลุ่มเป้าหมายจับต้องได้ และการที่เลือกไปปักธงเป็นรายแรกๆ จากการมองเห็นภาพอนาคตของทำเลใหม่ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้บริษัทสามารถคว้าที่ดินศักยภาพด้วยต้นทุนที่ไม่สูงมาก ผนวกกับการบริหารจัดการต้นทุนการพัฒนาโครงการที่ทำได้ดีจนทำให้ราคาขายคอนโดมิเนียมสมเหตุสมผล และมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นได้อีกในอนาคต การตัดสินใจซื้อในวันนี้จึงได้เปรียบในเรื่องต้นทุนและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้ในอนาคต

สำหรับโครงการ Notting Hill สุขุมวิท-แพรกษาเตรียมเปิดตัวภายใต้แนวคิด “อยู่สูงกว่า มองไกลกว่า” จากการที่เป็นตึกสูงแห่งแรกในย่านแพรกษาที่คนอยู่อาศัยสามารถสัมผัสได้ทั้งวิวทะเลและวิวแม่น้ำ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, สวนสไตล์อังกฤษบนชั้นดาดฟ้า พร้อมจุดชมวิวในมุมมองที่แตกต่าง พร้อมบริการแบบโรงแรม กับประสบการณ์การมองที่เหนือกว่าในราคาที่ไม่สูงมาก

Notting Hill Sukhumvit-Praksa banner

นอกจากนี้ โครงการยังตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบาย ใกล้ห้างสรรพสินค้า ทั้งโรบินสัน และ บิ๊กซี ซูเปอร์สโตร์ เชื่อมต่ออินเตอร์เชนจ์ อโศก เพียง 30 นาที ใกล้แหล่งงานอย่างนิคมอุตสาหกรรมบางปู ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญเพียง 5 นาทีถึงเมืองโบราณและสถานตากอากาศบางปู

Ancient Museum

เมืองโบราณ ภาพ via ancientgroup.net

 

Erawan Museum Samutprakarn

ที่มา : www.ddproperty.com/